About Us

in About
Hits: 913

          โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา  เดิมเป็นโรงเรียนเดียวกับโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ในปี พ.ศ. 2496 จึงขออนุมัติแยกเป็นสองโรงเรียน โดยใช้นามใหม่ว่า โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา” มีบาทหลวงทองดี กฤษเจริญ เป็นเจ้าของ นายเฉลิมวงศ์ ปิตรังสี เป็นผู้จัดการ นางนวม วานิชโช เป็นครูใหญ่ การเรียนการสอนดำเนินการมาด้วยดีเป็นลำดับจนกระทั่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายม พ.ศ.2498 และดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน

          ดังได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า แต่เดิมนั้นโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษาเป็นโรงเรียนเดียวกับโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์จึงใคร่ขอกล่าวถึงประวัติของโรงเรียน ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ (สาขา) ไว้ที่นี่เพื่อเป็นกาแสดงกตัญญูกตเวทิตา ต่อท่านผู้ก่อตั้งโรงเรียนมาแต่แรกเริ่ม คือบาทหลวงเลโอ แปรูดอง ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอัสสัมชัญ คุณพ่อเลโอ แปรูดอง จัดตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษาขึ้นซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม อัสสัมชัญคอนแวนต์ (สาขา) หรือโรงเรียนวัดอัสสัมชัญขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2476 (ค.ศ. 1933) โดยรับบุตรหลานของสัตบุรุษชายหญิงของวัดอัสสัมชัญมาฝากเรียนในบัญชีของโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ โดยทางโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์เป็นผู้รับผิดชอบ ครั้งแรกมีจำนวน 65 คน ซึ่งจำนวนนักเรียนฝากเรียนนี้ทวีขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่ง นักเรียนในบัญชีของโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์มีจำนวนรวมกันถึง 1,757 คน เป็นนักเรียนของโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ 848 คน และเป็นนักเรียนของวัดอัสสัมชัญในบัญชีฝากเรียนจำนวน 909 คน  ซึ่งนับเป็นจำนวน นักเรียนที่มากพอจะตั้งโรงเรียนขึ้นเป็นส่วนของโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา จึงขออนุญาตแยกโรงเรียนทั้งสองในปี พ.ศ. 2496 และตั้งชื่อโรงเรียนที่แยกออกมานี้ว่า “โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา จึงนับว่าโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษาถือ กำเนิดขึ้นโดยสมบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2496 หลังจากที่เป็นโรงเรียนสาขาฝากเรียนอยู่ในบัญชีของโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 (ค.ศ.1933)

           ความดำริชอบของบาทหลวงเลโอ แปรูดอง ในการจัดตั้งสถานศึกษาขึ้นนั้น ประการหนึ่งเพราะความกรุณาแก่ปวง กุลบุตรและกุลธิดาของสัตบุรุษทั้งหลาย ซึ่งจะได้มีที่พึ่งในในการช่วยอบรมเสริมสร้างอนาคตให้แก่บุตรหลานของเขาให้เป็นผู้มีศีลธรรมจรรยาดี อีกประการหนึ่ง ก็คงจะเป็นเพราะเกิดความมีจิตเมตตาสงสารและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของตัวท่านและในฐานะที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอัสสัมชัญนี้เอง คงจะเป็นเหตุหนึ่งที่บรรดาสัตบุรุษผู้มีฐานะยากจนเป็นอันมากได้มาขอร้องท่านในเรื่องไม่สามารถจะหาเงินส่งบุตรหลาน ให้เข้าเรียนในสถานศึกษาที่ดีและเป็นโรงเรียนในสถานศึกษาคาทอลิกด้วยได้ เมื่อเป็นดังนี้ สถานศึกษา แห่งความปราณี แห่งนี้จึงได้จัดตั้งขึ้น เมื่อท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอัสสัมชัญได้ไม่นานนักและท่านยังรับเป็นผู้อุปถัมภ์โรงเรียนนี้สืบมา

            สภาพของโรงเรียนเริ่มต้นจากโรงเรียนเล็กที่สุด และเจริญเติบโตใหญ่ขึ้นเป็นโรงเรียนใหญ่ที่มีคุณภาพยิ่งในกาลต่อมา เดิมตัวโรงเรียนประกอบด้วยเรือนไม้ชั้นเดียวเล็กๆ มีห้องเรียน 5 ห้อง มีครูประมาณ 4-5 คน นักเรียนส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานของ สัตบุรุษคริสตังที่ยากจน บางคนก็มีค่าเล่าเรียนพอชำระอยู่บ้างไม่พอชำระบ้าง ผู้ใดยากจนจริงๆ ก็ได้รับความอุปการะจาก คุณพ่อ เลโอ แปรูดอง โดยไม่ต้องชำระค่าเล่าเรียนเลย ซึ่งนักเรียนประเภทนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก

             ด้วยความมานะพยายามของคุณพ่อ เลโอ แปรูดอง ในครั้งนั้น โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษาเป็นโรงเรียนที่ทันสมัยและมีคุณภาพดีแห่งหนึ่ง มีนักเรียนมากจนไม่สามารถบรรจุนักเรียนได้ทั้งหมด อนึ่งในจำนวนนักเรียนดังกล่าวนี้ มีทั้งเด็กที่เป็นคาทอลิกและเด็กที่นับถือศาสนาอื่นด้วย นั่นย่อมหมายถึงว่าความกรุณานั้นไม่จำกัดอยู่เฉพาะในหมู่คาทอลิกเท่านั้น แม้เด็กที่ถือศาสนาอื่นก็ได้รับการเกื้อกูลจากคุณพ่อ เลโอ แปรูดองด้วย ทั้งๆ ที่ท่านเองก็มีภาระหนักทางด้านศาสนกิจมากพออยู่แล้ว

             น้ำใจเมตตาปราณีของคุณพ่อ เลโอ แปรูดอง นั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดในบรรดาครูอาจารย์ทั้งหลายที่สอนอยู่ในโรงเรียนของท่าน ซึ่งนับได้ว่าอยู่ในความอุปการะของท่านอีกสถานหนึ่งเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างมีจิตเลื่อมใสศรัทธาเห็นพร้องด้วยในเจตนาดีของคุณพ่อเลโอ แปรูดอง จึงเป็นแรงผลักดันให้บังเกิดความมานะสามัคคีพากเพียรตั้งใจ ทำการอบรมสั่งสอนเด็กนักเรียนให้เจริญด้วยวิทยาการ ศีลธรรมและจรรยามารยาทอันดีงาม สมดังปณิธานที่คุณพ่อเลโอ แปรูดอง ได้อุตส่าห์เสียสละความเหนื่อยยากทั้งกายและใจ สละความคิด ตลอดจนทุนทรัพย์ที่ต้องใช้จ่ายในการนี้ อีกทั้งคอยให้คำแนะนำแนวทางการดำเนินงาน แก่บรรดาคณะครูอาจารย์ตลอดมา จนกระทั่งเป็นที่เชื่อถือแก่บรรดาผู้ปกครองทั้งหลายโดยทั่วกัน

            เมื่อโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษาแยกตัวออกมาจากโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์นั้นได้เลือกบุคคลที่เคยดำเนินงานในโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี มาดำเนินกิจการของโรงเรียนต่อไป

            หลังจากท่านบาทหลวงทองดี กฤษเจริญ มรณภาพ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2508 หน้าที่ผู้จัดการโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษานั้น ท่านบาทหลวงวิลเลียม ตัน เป็นผู้ดำเนินงานต่อไป ท่านได้ดำเนินมาด้วยความราบรื่นและเจริญขึ้นเป็นลำดับเป็นนักพัฒนาโดยแท้ ด้วยความสามารถอันยอดเยี่ยมของท่าน อาคารเรียนไม้เก่า 3 หลังก็ได้กลายสภาพเป็นตึกอันโอ่โถง มีห้องเรียนและห้องอุปกรณ์ต่างๆ สมกับเป็นโรงเรียนที่ได้รับรองวิทยฐานะเทียบเท่าโรงเรียนของรัฐ นอกจากท่านจะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอัสสัมชัญและเป็นผู้จัดการโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษาแล้วท่านยังเอาใจใส่อบรมมารยาทแก่นักเรียนในความดูแลของท่านและที่สำคัญก็คือท่านได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ทางด้านภาษาต่างประเทศแก่ลูกศิษย์ระดับมัธยมของโรงเรียนสำเร็จไปแล้วหลายรุ่นซึ่งลูกศิษย์ทั้งหลายก็ ยังระลึกถึงพระคุณของท่านมิรู้ลืมเลือนตลอดไป

            สำหรับหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนทั้งสอง คงดำเนินไปเช่นเดียวกันโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์เปิดสอนชั้น ป.1ป.4/ม.1ม.3 (เทียบเท่า ป.7) โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษาเปิดสอนชั้น ป.1ป.4 เป็นสหศึกษา